แกงหยวกใส่ไก่บ้าน

หลายคนที่เวลาเด็กๆจะได้กินอาหารฝีมือยายหรือแม่ เมนูเดียวติดต่อกันหลายวันอยู่บ่อยๆจนทำให้เราชอบไปโดยไม่รู้ตัวแต่เวลาโตมาแล้วไม่ค่อยได้กิน เพราะหากินยากครับไม่ค่อยมีร้านไหนขาย สำหรับผมเองเมนูนั้นคือ แกงหยวกกล้วยตอนเด็กๆนั้น ยายผมทำให้กินบ่อยมากโดยเฉพาะเวลาแกงใส่ไก่บ้านถือว่าเด็ดสุดๆ แกงหยวกกล้วย มีความผูกพันในวิถีชีวิตคนไทยมาอย่างช้านาน คนไทยรู้จักใช้ประโยชน์จากกล้วยได้อย่างมากมาย  รวมทั้งนำมาบริโภค ซึ่งนอกจากการกินผลกันแล้ว ทางภาคเหนือยังเอาหยวกกล้วย หรือลำต้นของต้นกล้วยที่ยังไม่โตมากนัก นำแก่นกลางต้นที่ยังอ่อน ๆ มาทำประกอบอาหาร ประเภท แกง เรียกว่า แกงหยวก   โดยส่วนใหญ่จะแกงกับไก่ ใส่วุ้นเส้น  บางทีก็จะใส่เนื้อปลาย่างด้วย นิยมใช้เลี้ยงแขกในงานบุญต่าง ๆ ถ้าทำเป็นหม้อใหญ่ๆ จะไม่ใส่วุ้นเส้น   เพราะเส้นจะอืดง่าย  แกงหยวก เป็นเมนูอาหารที่ไม่ใช้กะทิ เป็นส่วนประกอบ ซึ่งก็จะมีผลดีต่อผู้บริโภค แกงหยวกทำมาจากหยวกกล้วย ซึ่งหยวกกล้วยที่ใช้เป็นหยวกกล้วยต้นอ่อน นำมาเลาะเอาเปลือกนอกออกใช้เฉพาะแกนอ่อนๆ หยวกกล้วย แม้จะมีวิตามินไม่มาก แต่ก็มีแร่ธาตุ และประกอบด้วยใยอาหารสูง นอกจากนี้ยังมีเบต้าแคโรทีนและก็วิตามินซีอีกด้วย ส่วนประกอบอย่างหนึ่งของแกงหยวกก็คือ น้ำพริกเครื่องแกงเครื่องแกงของแกงหยวกจะหมือนกับลาบ ซึ่งก็จะมีเครื่องสมุนไพรที่เด่นก็คือ มะแล่บ หรือ มะแกว่น และก็ดีปลี ช่วยให้ความเผ็ดร้อนและกลิ่นหอมของแกง นอกจากการรับประทานแกงหยวกกับข้าวสวยร้อนๆแล้วเรายังรับประทานคู่กับขนมจีน ก็จะมีขนมจีนน้ำยาแกงหยวก วันนี้เลยหาสูตรมาฝากใครหลายคนที่ชอบเมนูนี้เหมือนผม ว่าแล้วไปเตรียมของกันเลยครับ

ส่วนผสมหลัก  หยวกกล้วยน้ำว้า ,ไก่บ้าน ,วุ้นเส้นแช่น้ำ ,

เครื่องแกง  ข่า ,ตะไคร้ ,กะปิ ,พริกแห้ง ,กระเทียมใหญ่ ,หอมแดงใหญ่ ,เกลือ

เครื่องปรุงรส   เกลือ,น้ำตาลทราย,น้ำมันพืช

ขั้นตอนการทำ  นำกล้วยน้ำหว้า นำมาลอกปอกเปลือกเอาแต่ไส้ที่เป็นแกนใน  นำมาซอยให้ละเอียด แล้วแช่ในน้ำเกลือพักไว้  เพื่อไม่ให้หยวกมีสีคล้ำดำ  เอากะทะตั้งบนเตา ใส่น้ำมัน เจียวกระเทียมให้พอเหลืองเอาเครื่องแกงลงไปรวนในกะทะ ให้น้ำมันเข้ากับเครื่องแกง  กลับเครื่องแกงไปมา  อย่าให้เครื่องแกงไหม้ ใส่กระชายลงไป เพื่อให้เครื่องแกงมีกลิ่นหอม  หลังจากนั้นนำเนื้อไก่ ใส่ลงไปผัดกับเครื่องแกง  ผัดไปมาให้เครื่องแกงเข้ากับเนื้อไก่  อาจเติมน้ำซุปลงไปเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ไก่ติดกะทะ  ผัดจนไก่สุก  ตักไก่ที่ผัดกับเครื่องแกง ลงในหม้อน้ำซุป ที่ตั้งไฟคอยบนเตาอยู่แล้ว ใส่ลงไปให้หมด แล้วต้มต่อ  พอน้ำแกงเดือดแล้วก็ใส่หยวกกล้วยที่หั่นฝอยแล้วลงไปในหม้อ  คนให้เข้ากับน้ำแกง  คนให้ทั่วแล้วตั้งจนกว่าหยวกกล้วยจะสุก  ถ้าหยวกกล้วยสุกดีแล้วก็ใส่ใบมะกรูด และมะเขือเทศลงไปต้มจนสังเกตุว่ามะเขือเทศสุกก็ใส่วุ้นเส้นลงไป  คนให้เข้ากัน แล้วใส่ผักชีฝรั่ง  ต้มต่ออีกสักครู่ไม่ต้องนาน แล้วยกลงจากเตา ตักขึ้นเสริฟ โรยแต่งหน้าด้วยผักชี ต้นหอม ก็เป็นอันเสร็จ

แกงผักเฮือด

เมนูที่จะมานำเสนอวันนี้คือเมนูบ้านนาถ้าบอกชื่อไปหลายคนอาจจะรู้จัก จะรู้จักดีเฉพาะคนภาคเหนือเป็นอาหารผักตามฤดูกาลของทางเมืองเหนือผักเฮือด”นี้ เป็นภาษาที่ชาวภาคเหนือเรียกกันนะครับ ส่วนทางภาคกลางและภาคอื่นๆ เรียกว่า โพไทร ไทรเลียบ  ผักไกร  ผักเลียบ ผักเลือด และผักไฮ  ผักเฮือด เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ และเป็นไม้ผลัดใบ อยู่ในตระกูลเดียวกันกับต้นไทร  ช่วงเดือนตุลาคม-มกราคม จะทิ้งใบหมด และจะผลิใบใหม่ออกมา  ซึ่งยอดอ่อนของผักเฮือดจะมีรสเปรี้ยวนิดๆ และชาวบ้านนิยมนำไปทำอาหารรับประทานกัน โดยทำได้หลายเมนูด้วยกัน เช่น ยำผักเฮือด แกงผัดเฮือด ลวกหรือกินสดๆ กับน้ำพริก  และดองผักเฮือด เป็นต้นแกงผักเฮือด เป็นแกงผักพื้นบ้าน ที่นิยมแกงใส่หมู จะเป็นซี่โครงหมู หรือกระดูกหมู หมูสับ หมูสันใน หรือสันคอหมู แล้วแต่ชอบ บางสูตรนิยมใส่มะขามเปียกเป็นเครื่องปรุงด้วย  เป็นอาหารประจำภาคเลยก็ว่าได้เพราะว่าผักเฮือดเป็นผักประจำภาคเหนือรวมถึงการปรุงจะเป็นแบอาหารของชาวล้านนาซึ่งจะเน้นใส่ผักเยอะเวลาผักสุกก็จะอ่อนน่ากินมากเป็นเมนูที่สาวๆส่วนใหญ่ชอบและที่สำคัญผักเฮือดเป็นผักตามฤดูกาลหากไปผิดเวลาก็คงต้องอดรับประทานไปตามระเบียบครับ

ส่วนผสม    ผักเฮือด  ซี่โครงหมูสับ      มะเขือเทศลูกเล็ก

เครื่องแกง  พริกแห้ง กระเทียม หอมแดง  กะปิ  เกลือ

วิธีการทำ  โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด   ต้มน้ำ พอเดือด ละลายเครื่องแกงในน้ำเดือด    ใส่ซี่โครงหมู ต้มจนหมูนุ่ม ใส่ผักเฮือด ต้มให้ผักเฮือดสุกจนนิ่มใส่มะเขือเทศ คนให้เข้ากัน พอมะเขือเทศสุก ปิดไฟ

เคล็ดลับในการปรุง   การเตรียมยอดผักเฮือดสำหรับแกง ให้เด็ดกลีบออก เหลือแต่กลีบสุดท้าย เนื่องจากกลีบของใบอ่อนมีรสเปรี้ยว

ขนมจีนน้ำเงี้ยว

สำหรับขนมจีนในประเทศไทยนั้นมีอยู่ทุกภาคส่วนรสชาติและเสน่ห์ในแต่ละท้องถิ่นก็มีความแต่ต่างกันออกไป ส่วนขนมจีนภาคเหนือนั้นก็มีจุดเด่นและกลิ่นอายของทางเหนืออยู่ในตัวของมันซึ่งสูตรดั่งเดิมนั้นหากินได้ยากมากส่วนที่เราเห็นกันทุกวันที่โรงอาหารหรือตลาดนั้นคือขนมจีนและน้ำยาแบบภาคกลางถ้าเป็นของเหนือแบบแท้ๆก็ต้องขนมจีนน้ำเงี้ยว

ส่วนผสม น้ำพริกแกงน้ำเงี้ยว  พริกชี้ฟ้าแห้ง   หอมแดง 1 หัว  กระเทียม 1-2 ช้อนโต๊ะ     ตะไคร้ซอย 1 ต้น  ข่าแก่ 4-5 แว่น     รากผักชี 1 ต้น  ขมิ้นชันสด 1 ชิ้น   เกลือป่น 1 ช้อนชา   ถั่วเน่าย่างไฟ หรือกะปิเผา 1 ช้อนชา

ส่วนผสม ขนมจีนน้ำเงี้ยว   น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ  เนื้อหมูสับ 200 กรัม   ซี่โครงอ่อนหมู สับเป็นชิ้นพอดีคำ 300 กรัม

เต้าเจี้ยวบดละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ  น้ำเปล่า 1 ลิตร  ดอกงิ้ว 3-4 ดอก  มะเขือเทศ 300 กรัม   เลือดหมูหั่นชิ้น 1 ก้อน       เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ  ขนมจีน  กระเทียมเจียว สำหรับโรยหน้า   ต้นหอมซอย สำหรับโรยหน้า  ผักชีซอย  สำหรับโรยหน้า

เครื่องเคียง เช่น กะหล่ำปลีซอย ใบกระถิน ผักกาดดองซอย พริกแห้งทอดกรอบ และถั่วงอกดิบ

 วิธีทำขนมจีนน้ำเงี้ยว  เริ่มจากทำน้ำพริกแกง โดยโขลกพริกชี้ฟ้าแห้ง หอมแดง กระเทียม ตะไคร้ซอย ข่าแก่ รากผักชี ขมิ้นชันสด เกลือป่น ถั่วเน่าย่างไฟ หรือกะปิเผาให้เข้ากัน

ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อยลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟพอร้อน ใส่น้ำพริกแกงลงผัดจนหอม จากนั้นใส่หมูสับลงผัดจนสุก ตามด้วยซี่โครงอ่อนหมู และเต้าเจี้ยว ผัดจนเข้ากันดีและเนื้อหมูสุก

ใส่น้ำเปล่าลงไป ลดไฟอ่อน เคี่ยวจนเดือดและมีกลิ่นหอม จากนั้นใส่ดอกงิ้ว และมะเขือเทศ ปรุงรสด้วยเกลือป่น ชิมรสตามชอบ ต้มต่อจนเดือดทั่วดีและซี่โครงหมูเริ่มเปื่อย ใส่เลือดหมูลงต้มจนสุก ปิดไฟ เตรียมไว้ใส่ขนมจีนลงในชาม ตักน้ำเงี้ยวใส่ โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว ต้นหอมซอย และผักชีซอย รับประทานคู่กับเครื่องเคียง

 

ไส้อั่วหมูผสมตับ

ถ้าบอกอาหารเร็วของคนเหนือผมว่าน่าจะเป็นไส้อั่วนะเพราะตอนไปเที่ยวหรือกลับต่างจังหวัดเวลาหิวผมก็จะซื้อมากินพร้อมข้าวเหนียว อร่อยด้วยเร็วและไม่ต้องมีหยิบกินๆ ก็เสร็จ แต่สำหรับบ้างคนที่จะทำไว้กินเองอยู่บ้านหรือไปเที่ยววันนี้ผมเลยไม่ค้นสูตรไส้อั่วแบบเหนือแท้ๆมาให้ลองทำกันดู ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่างานกว่าซื้อกินครับ

ส่วนผสม ไส้อั่วหมูผสมตับ  เนื้อหมูบด   ตับหมู  ไส้หมู  ตะไคร้  ใบมะกรูด  รากผักชี   กระเทียม   หอมแดง  ข่า  น้ำพริกแกง    ขมิ้น  น้ำตาลทราย ผงชูรส เกลือป่นซีอิ๊วขาวน้ำปลา

 วิธีทำ  เตรียมเนื้อหมูบดทั้ง 2 ชนิดใส่ลงในอ่างผสมสับตับหมูเป็นชิ้นเล็ก ๆ เตรียมไว้  ล้างไส้หมูให้สะอาด กลับด้านในออกมาแล้วเอาเมือกออกให้หมด แช่น้ำไว้  ซอยตะไคร้และใบมะกรูด และเตรียมเครื่องปรุงให้พร้อม  โขลกรากผักชี หอมแดง กระเทียม และข่ารวมกัน เตรียมไว้  โขลกตะไคร้หั่นฝอยให้ละเอียด   ใส่เครื่องที่โขลกไว้ลงในส่วนผสมเนื้อหมู ตามด้วยน้ำพริกแกง ใบมะกรูดซอย น้ำตาลทราย ผงชูรส และเกลือป่น  ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและน้ำปลาคลุกเคล้าให้เข้ากัน  ใส่ตับที่สับแล้วลงไปแล้วคลุกให้เข้ากัน  นำไส้หมูมาสวมด้วยกรวยกรอกน้ำ ผูกปลายไส้หมูอีกด้านแล้วกลัดด้วยไม้จิ้มฟัน จากนั้นนำส่วนผสมยัดเข้าไปในไส้ พอใส่ส่วนผสมไปจนเต็มแล้วผูกปลายด้านบนให้เรียบร้อย   นำไปย่างบนเตาถ่าน ย่างด้วยไฟเบา ๆ อย่าให้ไฟร้อนเกินไป เพราะไส้จะแตก พอสุกแล้วตัดเป็นชิ้น ๆ พร้อมเสิร์ฟ

แกงอ่อมหมู

แกงอ่อมเป็นเมนูที่มีอยู่ในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านทางเหนือเช่น พม่า จีน และ ลาว โดยในแต่ละพื้นที่จะมีความแต่ต่างกันบ้างแค่ในประเทศไทยยังมีอ่อมเหนือและอีสานซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงอ่อมเหนือที่มีส่วนผสมรวมเอาสารพัดชิ้นส่วนหมู ทั้งขั้วตับหมู เครื่องในหมู เลือดหมู และหมูสามชั้นเคี่ยวกับพริกแกงอ่อมจนเปื่อย กินกับขนมจีนก็เข้ากัน หรือข้าวสวยก็ได้ เป็นสูตรเอาใจคนที่ชอบกินเผ็ดหรือท่านที่ไม่ชอบกินเผ็ดก็สามารถลดพริกได้นะครับ ซึ่งขั้นตอนการทำก็อาจจะเหมือนการตุ๋นเนื้อหรือตุ๋นหมูเพื่อต้องการให้เนื้อที่ออกมานุ่มและท่านใดชอบเนื้อนุ่มจริงๆผมแนะนำนะครับว่าให้เลือกหมู3ชั้นที่มีมันเยอะนะครับ

ส่วนผสม แกงอ่อมหมู    ขั้วตับหมูหั่นชิ้น เครื่องในหมูหั่นชิ้น หมูสามชั้นหั่นชิ้นข่าซอย   ตะไคร้ซอย  ใบมะกรูดซอย  น้ำพริกแกงอ่อม   น้ำเปล่า เลือดหมูสด ใบมะกรูด   พริกลูกโดด   ต้นหอมซอย  ขนมจีนหรือข้าวสวย

วิธีทำแกงอ่อมหมู

ใส่ขั้วตับหมู เครื่องในหมู หมูสามชั้น ข่าซอย ตะไคร้ซอย และใบมะกรูดซอยลงหม้อแกง ตามด้วยน้ำพริกแกงอ่อม     เติมน้ำเปล่าลงไปเล็กน้อยคลุกเคล้าให้เข้ากัน ยกขึ้นตั้งไฟอ่อน รอจนหมูหดตัวและน้ำแกงหอมเข้าที่    นำเลือดหมูไปต้มสุกใส่ลงไปในหม้อ เติมน้ำเปล่าลงไปอีกเล็กน้อย เคี่ยวด้วยไฟอ่อนให้หมูเปื่อยได้ที่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง  หลังจากเปื่อยได้ที่ใส่ใบมะกรูดและพริกลูกโดดลงไปด้วย โรยต้นหอม  พร้อมเสิร์ฟกับขนมจีน หรือข้าวสวย

ตำขนุน

อาหารทางเหนือถือว่ามีความหลากหลายมากอาจเพราะภาคเหนือของเราเป็นพื้นที่ติดชายแดนถึง 3 ประเทศจึงรับวัฒนธรรมเรื่องอาหารการกินมาด้วย อาหารที่เด็จก็จะต้องเป็นอาหารที่รวมการทำอาหารของชาติต่างแล้วเกิดเป็นเมนูใหม่และผมจะมาเสนอคือ ตำขนุนจับเอาขนุนดิบไปต้มเสร็จแล้วเอาไปโขลกกับเครื่องแกงรสเผ็ด ยังไม่เสร็จนะคะต้องไปเอาผัดกับหมูสามชั้นด้วย ใครที่ไม่เคยกินอยากให้ลองค่ะแล้วจะติดใจ ตอนแรกที่ผมกินยังสงสัยอยู่เลยว่าทำไมต้องเรียกว่าตำขนุนจนผมได้รู้วิธีการทำว่าเขาเอาขนุนไปตำก่อนเลยเข้าใจว่าเอาขนุนตำมาทำ

ส่วนผสม ตำขนุน   พริกแห้ง   กระเทียมข่าตะไคร้ซอยรากผักชี หอมแดงปลาร้าสับละเอียดขนุนดิบต้ม    มะเขือเทศ น้ำมันพืช หมูสามชั้นใบมะกรูดหั่นฝอย

 วิธีทำตำขนุน  โขลกพริกแห้ง กระเทียม ข่า ตะไคร้ รากผักชี และหอมแดงเข้าด้วยกันแล้วใส่ปลาร้าสับละเอียดลงไป โขลกให้เข้ากันอีกครั้ง    ตักเครื่องพริกแกงออกจากครกก่อนแล้วค่อยใส่ขนุนดิบต้มลงไปโขลก โดยตักเครื่องพริกแกงที่แบ่งไว้ใส่ลงไปสัก 1 ช้อน โขลกให้เข้ากัน   ใส่มะเขือเทศลงไปในครก ค่อย ๆ บด อย่าตำนะครับ เพราะน้ำจากมะเขือเทศจะกระเด็น พักไว้   ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชลงไป ใส่พริกแกงที่แบ่งไว้ลงไปผัดให้หอม   ใส่หมูสามชั้นลงไป ใส่ขนุนที่โขลกผสมพริกลงไปผัดให้หอม สุดท้ายโรยใบมะกรูดหั่นฝอยลงไปคนให้  เข้ากัน พร้อมเสิร์ฟ

แคบหมูสุดยอดอาหารเหนือที่หากินง่าย

  แคบหมูถือเป็นเอกลักษณ์ของฝากประจำภาคเหนือไปเสียแล้วนะครับ เพราะว่าใครไปใครมาส่วนใหญ่ก็จะซื้อแคบหมูมาเป็นของฝากกันอย่างมากมาย บางร้านถึงทำการจัดส่งให้ลูกค้าที่อยู่ต่างจังหวัดอีกด้วยนั่นเอง เพราะว่าแคบหมูไม่ว่าจะกินกับอะไร ก็อร่อยไปทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น น้ำพริก ส้มต้ำ หรือกินเล่น ก็อร่อยทั้งนั้น

แคบหมูนั้นก็ถือเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อของชาวล้านนาเป็นอย่างมากนะครับก็อย่างที่บอก คนส่วนใหญ่ก็จะนิยมเอาไว้ใช้กินแกล้มกับอย่างอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น น้ำพริก ขนมจีน ส้มตำ เป็นต้น  แคบหมูบ้านเรานั้นก็มีอยู่สองแบบนะครับคือแบบแรกนั้น จะเป็นแบบมีไขมัน และอีกแบบจะเป็นแคบหมูไร้มันนั่นเอง ซึ่งชาวล้านนาดังเดิมก็จะนิยมรับประทานแคบหมูกันเป็นจำนวนมาก การทำแคบหมูนั้นก็ไม่ยากนะครับก็จะมีหนังหมูติดมัน , เกลือ, ซีอิ๋วดำ และน้ำมันหมู ส่วนการทำนั้นก็เพียงแค่หันมันหมูให้เป็นชิ้นตามที่เราต้องการ จากนั้นก็นำหนังหมูนี่แหละครับมาคลุกเคล้ากับซีอิ๋วดำ และเกลือหมักไว้ประมาณ 10 นาที จากนั้นก็ใส่น้ำมันลงไปตั้งไฟอ่อนๆ เอาหนังหมูที่หมักไว้ลงไปทอด พอหนังหมูได้ที่แล้วนั้นก็จะพ่องโต กรอบ ก็พักไว้สักแปปนึงเพื่อให้น้ำมันที่ค้างอยู่ได้ไหลลงไป ซึ่งเพียงเท่านั้นก็จะได้แคบหมูที่อร่อยแถมยังไม่ต้องไปซื้ออีกด้วยนะครับ ซึ่งก็มีเคล็ดลับนิดหน่อยสำหรับการทำหนังหมูนั่นก็คือ ควรใช้หนังหมูที่เป็นส่วนสันหลังหรือสะโพก หนังหมูต้องไร้กลิ่น เพียงเท่านั้นก็จะได้แคบหมูที่อร่อย ทำขายก็ดีไปอีกนั่นเอง

น้ำพริกอ่องสุดยอดอาหารเหนือที่อร่อย

  น้ำพริกอ่องถือเป็นอาหารเหนือที่หากินค่อนข้างที่จะง่ายอยู่นะครับ โดยร้านข้าวแกงทั่วๆ ไปก็มักจะทำมาขายอยู่เรื่อย แต่ความอร่อยนั้นก็ไม่เหมือนกับต้นฉบับสูตรดังเดิมทางภาคเหนือ โดยน้ำพริกอ่องที่อร่อยนั้นจะต้องเข้มข้นเต็มไปด้วยเครื่องเทศที่หอมและอร่อย โดยน้ำพริกอ่องนั้นส่วนใหญ่ก็จะกินควบคู่กับผักสด ไข่ต้ม และปลาทอด รับรองเลยนะครับถ้าได้กินพร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยอย่าบอกใครเลยเชียว

ซึ่งในวันนี้นั้น ก็จะมาแนะนำสูตรการทำน้ำพริกอ่อง แบบง่ายๆ ที่ใครๆ ก็สามารถทำกินได้ โดยที่ไม่ต้องง้อร้านดัง เพราะน้ำพริกอ่องที่จะมานำเสนอในวันนี้ก็จะเป็นสูตรดั้งเดิมของจังหวัดเชียงใหม่นะครับ เป็นอาหารเหนือต้นตำหรับ ที่ขึ้นชื่อเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งวันนี้เราก็มาดูกันนะครับว่าจะมีสูตรเด็ดอะไรบ้างที่ทำให้น้ำพริกอ่องของภาคเหนือนั้นอร่อยไม่เหมือนใครนั่นเอง ส่วนผสมของน้ำพริกอ่องนั้นก็จะมีดังต่อไปนี้ เนื้อหมูบด , มะเขือเทศ, ผักชีซอย, ต้นหอมซอย, น้ำมันพืช, พริกขี้หนูแห้ง, หอมแดง, กระเทียม, กะปิ และเกลือนั่นเอง โดยส่วนผสมดังกล่าวเราสามารถปรับได้ตามความเหมาะสมเลยนะครับว่าชอบแบบไหนไม่ชอบแบบไหนก็ตามใจกันเลยจ้า ส่วนขั้นตอนการทำนั้น ก็นำพริก หอมแดง กระเทียม กะปิ และเกลือ นั้นมาโขลกให้เค้ากันเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นก็ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน ใส่พริกแกงที่โขลกไว้ผัดจนหอม ใส่หมู เติมน้ำเปล่าเล็กน้อย ผัดๆ เคี้ยวๆ ให้มันนัวๆ ใส่มะเขือเทศลงไป ผัดให้มะเขือเทศสุกเพียงเท่านั้นก็จะได้น้ำพริกอ่องที่ง่ายแสนง่ายแถมยังอร่อยอีกด้วยนั่นเอง

ร้านต๋องเต็มโต๊ะ สุดยอดร้านอาหารเหนือที่ต้องห้ามพลาด

    หากใครได้ไปเยือนภาคเหนือโดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่นั้นก็จะเต็มไปด้วยร้านอาหารที่น่ากิน และน่าอร่อยเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งเอกลักษณ์ของอาหารเหนือนั้นก็คงไม่ต้องพูดถึงว่ามันเด็ด จัดจ้านกันจริงๆ เลยนะครับ โดยเมนูส่วนใหญ่นั้นก็จะหากินได้ง่ายมาก ถ้าหากใครได้ปลูกพืชผักสวนครัวไว้ รับรองเลยนะครับว่าจะสามารถนำมาทำเมนูอาหารเหนือได้แน่นอน

ที่ถนน นิมมานเหมินท์ นั้นก็จะเต็มไปด้วยร้านอาหารเหนือชื่อดังหลากหลายเจ้าเลยนะครับ ซึ่งในซอยที่ 13 นั้นก็จะพบกับร้านอาหารเหนือที่บรรยากกาศโอเค อาหารอร่อย อย่างร้านต๋องเต็มโต๊ะถือเป็นอีกร้านยอดฮิตเป็นอย่างมากเลยนะครับไม่ว่าจะนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีนนั้นก็จะเต็มและแน่นร้านเป็นอย่างมาก โดยร้านนี้นั้นก็จะเปิดให้บริการในช่วง 11 โมง เมื่อเปิดบุ๊ปก็จะเต็มโต๊ะทันที โดยถือว่าร้านนี้ก็การันตีเรื่องความอร่อยได้เลยนะครับถ้าคนเยอะขนาดนี้รับรองได้เลยว่ารสชาติของอาหารก็คงเด็ดอย่างแน่นอน โดยอาหารที่ทางร้านแนะนำนั้นก็จะเป็นพวก น้ำพริก แกงต่างๆ ที่ขึ้นชื่อไม่ว่าจะเป็นน้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ๋อง แกงอ่อมหมู เป็นตั้น ซึ่งที่นี้ก็จะรังสรรค์เมนูให้มีรสชาติที่กลมกล่อมและออริจินอลแท้ๆ เลยก็ว่าได้นั่นเอง ถ้าหากใครไปใครมาแล้วไม่ได้จองคิว ก็คงต้องพลาดนะครับเพราะที่นี้ก็อย่างที่บอกว่าคิวการจองนั้นเต็มแน่นทุกวัน เอาเป็นว่าถ้าหากใครได้มาเที่ยวเชียงใหม่แล้วอยากจะมาลิ้มรสลิ้มลองก็มากันได้นะครับที่ร้าน ต๋องเต็มโต๊ะ อยู่ที่ถนน นิมมานเหมินท์ ซอยที่ 13 หรืออาจจะโทรเช็คสักนิดเพื่อทำการจองคิวก็ได้เช่นกัน

แกงอ่อมหมูอาหารล้านนาสุดยอดความอร่อย

  แกงอ่อนหมู ถือเป็นแกงที่สุดยอดความอร่อยก็ว่าได้นะครับ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะนิยมใช้วัตถุดิบเนื้อหมู และ เครื่องในหมูเป็นส่วนผสมหลัก แต่บางคนก็อาจจะใช้เพียงแค่เครื่องในอย่างดียว ทำให้บางบ้าน บางถิ่น แต่ละท้องที่เรียกไม่เหมือนกัน เพราะถ้าใส่เครื่องในอย่างเดียว ก็จะเรียกว่า แกงอ่อมเครื่องในหมู โดยวิธีการทำแกงอ่อมนั้นก็ไม่ยุ่งยากเท่าไรนะครับ มีขั้นตอนและวิธีการทำเหมือนแกงเนื้อสัตว์อื่นๆ นั่นเอง

แกงอ่อนนั้นก็ถือเป็นอาหารชั้นดีอีกอย่างหนึ่งนะครับ เพราะคนล้านนาส่วนใหญ่นั้นก็จะใช้นิยมมาเลี้ยงแขกในงานเทศกาลต่างๆ แต่บางคนก็อาจจะไม่ค่อยคุ้นชื่อแกงอ่อมทางภาคเหนือกันเท่าไรนะครับ เพราะจะรู้จักว่าเป็นอาหารของภาคอีสานกันนั่นเอง โดยแกงอ่อมนั้นก็จะนิยมกินกับข้าวเหนียว  ข้าวสวย หรือขนมจีนก็จะอร่อยไปอีกแบบนึง สูตรการทำแกงอ่อนหมูนั้นก็มีอยู่มากมายนะครับ ขึ้นอยู่กับรสชาติของคนกินว่าจะชอบแนวไหน แบบไหนเสียมากกว่า แต่ในวันนี้เราก็จะมาบอกสูตรการทำแกงอ่อมให้อร่อยรับรองเลยนะครับถ้าหากลองทำตามอร่อยเด็ดสุดหัวใจเป็นอย่างมาก ส่วนผสมนั้นก็จะมี เครื่องในหมู เนื้อหมู หมูสามชั้น ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด น้ำพริกแกง น้ำเปล่า เลือดสด พริก ขนมจีน และต้นหอมนั้นเอง โดยการต้มนั้นก็ทำการล้างทุกสิ่งทุกอย่างให้สะอาดเสียก่อน จากนั้นก็นำพวกเนื้อสัตว์ลงไปคลุกกับเครื่องแกงให้เข้าเนื้อเสียก่อนนะครับ เมื่อคลุกเสร็จแล้วก็เทใส่กระทะ แล้วก็ผัดให้หอมเติมน้ำให้คลุกเคล้าด้วย หลังจากนั้นก็เคี้ยวไปเรื่อยๆ พอได้ที่ดีแล้วก็ใส่เลือดหมูลงไป แต่จะต้องเคี้ยวให้หมูเปือยเลยนะครับเพราะไม่ใช่นั้นก็จะไม่นิ้มไม่น่ากินนั่นเอง เอาเป็นว่าก็ลองไปทำกันดูนะครับรับรองไม่ผิดหวังแน่นอน